21 กุมภาพันธ์ 2568

พิพัฒน์ ปะทะ ไอซ์รักชนก โต้วาทะเด็ดเรื่องหยุมหยิม ตรวจสอบงบประกันสังคม


 

     พิพัฒน์ ปะทะ ไอซ์รักชนก นัดแรก โต้วาทะเด็ด เรื่องหยุมหยิม ปมตรวจสอบงบประกันสังคม ยันให้ความสำคัญกองทุนประกันสังคม


เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 21 ก.พ.2568 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.แรงงาน พร้อมด้วย น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.กทม. พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ “กรรมกรข่าว คุยนอกจอ” ถึงประเด็นคำถามการทำงานของสำนักงานประกันสังคม ซึ่งเป็นการพบกันครั้งแรกของทั้ง 2 คน หลังจากเกิดการตอบโต้กันไปมาถึงตรวจสอบการใช้งบประกันสังคม


นายพิพัฒน์ กล่าวว่า การพูดคุยกันในวันนี้ เป็นการคุยกันครั้งแรก เนื่องจากตนไม่ได้เป็น สส. ที่นั่งอยู่ในสภา จึงไม่ได้พบกัน แต่ตนมองว่า น.ส.รัdชนก เป็น สส. คุณภาพ เป็นฝ่ายนิติบัญญัติที่ตรวจสอบรัฐบาลที่ดีคนหนึ่ง


ด้าน น.ส.รักชนก กล่าวว่า ตนเป็นหนึ่งในคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ จะศึกษาตั้งแต่การเขียนของงบประมาณ ไปจนถึงงบประมาณที่ถูกใช้ โดยคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ดประกันสังคม) ชุดปัจจุบัน มีผู้แทนจากพรรคประชาชน คือ ทีมประกันสังคมก้าวหน้า อยู่ในบอร์ดฯ


ส่วนเรื่องการตรวจสอบงบประมาณโดยสำนักงานประกันสังคมนั้น เป็นหนึ่งในเรื่องที่ กมธ.ติดตามงบประมาณ ได้นำมาศึกษา จึงเกิดไอเดียว่า ปัญหาของการใช้งบประมาณโดยประกันสังคมมีเยอะ เลยได้นำมา “Hackathon งบประกันสังคม” เมื่อวันที่ 15 ก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งเรื่องนี้มีการเกิดขึ้นตั้งแต่สมัยที่ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เป็นประธาน กมธ.ติดตามงบประมาณ ซึ่งมีการ Hack กันหลายงบ ไม่ว่าจะเป็นงบแผ่นดิน แล้วกรุงเทพมหานคร งบท้องถิ่นและงบของกระทรวงต่างๆ


ในช่วงหนึ่งของการพูดคุยกัน นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ในเรื่องต่างๆ ที่เกิดขึ้น หากมีอะไรที่ไม่ถูกต้อง ตนจะต้องตั้งคณะกรรมการไปตรวจสอบ


ผู้สื่อข่าวถามว่าเรื่องต่างๆ เหล่านี้ไม่ใช่เรื่องหยุมหยิม นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ก็คงไม่ใช่เรื่องหยุมหยิม แต่การพูดบางครั้งก็หลุดได้ ตนไม่ใช่นักการเมือง และไม่เคยลงรับสมัครรับเลือกตั้งการเมืองในทุกระดับ ไม่เคยเลย


“จะบอกว่าผมเป็นคนโชคร้ายก็ได้ หรือจะเป็นโชคดีก็ได้ บางคนบอกว่าได้เป็นรัฐมนตรีโชคดี แต่ถ้าเป็นผมจะบอกว่าอย่าคิดว่าการเป็นรัฐมนตรีโชคดี เพราะคนที่เป็นรัฐมนตรี ก็คือเอาตัวเองมาขึงให้คนโจมตี ให้โดนซักฟอกทุกสิ่งทุกอย่าง” นายพิพัฒน์ กล่าว


น.ส.รักชนก กล่าวว่า ท่านรัฐมนตรีกล่าวเช่นนี้อาจจะไม่ถูก อาจทำให้แรงงานทั้งประเทศกังวล ว่ารัฐมนตรีไม่ได้อยากมาเป็นรัฐมนตรี นี่เป็นปัญหาอีกอย่างว่า ทำไมรัฐมนตรีในประเทศนี้ถึงไม่มีระบบความรู้ความสามารถในการเอาคนที่เก่งและเชี่ยวชาญมาเป็นรัฐมนตรี ซึ่งตนไม่ได้กล่าวถึง นายพิพัฒน์ แต่หมายรวมกระทรวงอื่นด้วย


ขณะที่ นายพิพัฒน์ ตอบว่า ตนหมายถึงก่อนหน้าที่จะมา ตนไม่ได้อยู่วงการเมือง แต่เมื่อมาแล้ว ด้วยความเป็นมืออาชีพก็ต้องทำให้ดีที่สุดในกระทรวงที่เรานั่ง เพราะตนอยู่กระทรวงแรกคือกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา อย่างเรื่อง ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ตนเป็นคนคิด เป็นคนทำ เป็นคนเปิดประเทศในการนำนักท่องเที่ยวเข้าประเทศหลังโควิด-19


“ทุกสิ่งทุกอย่างเรากำลังคุยเรื่องกองทุนประกันสังคม เคยมีรัฐมนตรีคนไหนหรือไม่ ที่ตั้งวอร์รูมแล้วขอให้เข้ามาทำประชาพิจารณ์ ระดมสมองกันว่ากองทุนฯ จะเกิดความยั่งยืนใน 30 ปีข้างหน้าได้อย่างไร ผมกล้าพูดว่าเป็นคนแรก ในวันที่ 31 พ.ค.2567 ผมเชิญทุกพรรคเข้ามาระดมสมองกันมาคุยเรื่องนี้ ผมให้ความสำคัญกับเรื่องกองทุนประกันสังคมมากที่สุด เพราะเป็นชิ้นงานใหญ่ที่สุด และเป็นกองทุนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ จากนั้นค่อยมาดูเรื่องรายละเอียด” นายพิพัฒน์ กล่าว


ขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก : khaosod , กรรมกรข่าว คุยนอกจอ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ราชทัณฑ์ แจงปม ผู้กำกับโจ้ เสียชีวิต

        ราชทัณฑ์ แจงปม ผู้กำกับโจ้ เสียชีวิต เผยผลตรวจวงจรปิด พบมีโรคประจำตัว หวาดระแวงกลัวผู้ต้องขังอื่นทำร้าย ต้องขังแยก แจงภรรยาเพิ่งมาเ...