![]() |
นอท กองสลากพลัส เข้าพบ DSI แจงปมเงิน 50 ล้าน คือเงินที่ถูกรางวัล ยันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการฟอกเงิน
จากกรณีที่ดีเอสไอได้สืบสวนขยายผลจับขบวนการพนันออนไลน์เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2565 โดยพบว่าหนึ่งในผู้ต้องหาคนสำคัญ ซึ่งอยู่ในขบวนการฟอกเงินและรับจ้างเปิดบัญชีม้า ได้โอนเงินที่ได้มาจากการทำผิดกฎหมายเข้าบัญชีของ นายพันธ์ธวัช นาควิสุทธิ์ หรือ นอท CEO กองสลากพลัส โดยตรงนั้น
ล่าสุด (13 มกราคม 2566) เรื่องเด่นเย็นนี้ ช่อง 3 รายงานว่า นอท กองสลากพลัส ได้ไปเข้าพบ นายพงษธร อินอำนวย ผู้อำนวยการศูนย์คดียาเสพติด กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ เพื่อให้การในฐานะพยาน
![]() |
โดย นายไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยว่า ได้เรียกนอทเข้ามาสอบถามถึงความสัมพันธ์กับผู้ที่เป็นคนโอนเงิน 42 ล้านบาท เข้ามาที่กองสลากพลัส เพราะพบว่าเชื่อมโยงกับกลุ่มค้ายาเสพติด ว่ารู้จักกันอย่างไร รู้จักกันมานานแค่ไหน รวมถึงถามเหตุผลในการโอนเงิน ซึ่งนอทชี้แจงว่า ไม่ได้มีการรู้จักกันเป็นการส่วนตัว แต่รู้จักกันผ่านนายหน้ามาอีกทอด และเคยเจอกันเพียงครั้งเดียว ซึ่งเงินจำนวนดังกล่าวได้นำไปดำเนินการทางธุรกิจ ส่วนรายละเอียดอื่น ๆ ยังไม่สามารถเปิดเผยได้
นอกจากนี้ ยังมีเส้นเงินอีก 39 เส้นทาง จำนวนเงินรวมกว่า 1,100 ล้านบาท ที่พนักงานสอบสวนยังมีข้อสงสัยถึงที่มา ซึ่งทั้ง 39 เส้นทางการเงิน มีการหมุนเวียนเข้ามาตั้งแต่นายนอทเริ่มประกอบธุรกิจขายสลากออนไลน์ ซึ่งพนักงานสอบสวนให้เวลา 2 อาทิตย์ ให้นายนอทรวบรวมเอกสารมาชี้แจง พร้อมยืนยันว่า ตอนนี้นายนอทยังไม่ใช่ผู้ต้องหาหรือเป็นผู้กระทำความผิด
![]() |
และในวันจันทร์ที่ 16 มกราคมนี้ ดีเอสไอจะเดินทางไปกองสลากพลัส เพื่อตรวจสอบการดำเนินงานของนายนอท ทั้งที่โกดังจัดเก็บสลากกินแบ่งรัฐบาลประมาณ 170 ล้านใบ ที่ได้มีการขายสลากกินแบ่งเหลือแล้วเก็บไว้
อย่างไรก็ตาม นอท กองสลากพลัส ย้ำว่าตนไม่เกี่ยวข้องกับขบวนการฟอกเงิน พร้อมชี้แจงเรื่องเงินหลายสิบล้านที่ผู้ต้องหาคดีฟอกเงินโอนเข้าบัญชีส่วนตัว 2 ครั้งนั้น เพราะตนได้มอบอำนาจให้ผู้ต้องหานำลอตเตอรี่ไปขึ้นเงิน เพื่อศึกษาธุรกิจ ซึ่งผู้ต้องหาต้องการร่วมทุนด้วย แต่นอทต้องการนายทุน เมื่อตกลงกันไม่ได้จึงแยกย้าย
![]() |
หลังจากเข้าชี้แจงกับดีเอสไอ นอทได้ไปแถลงชี้แจงที่บริษัทลอตเตอรี่ออนไลน์ว่า เงินที่โอนเข้าบัญชีส่วนตัว ที่ดีเอสไอเรียกไปสอบถามนั้น เกี่ยวข้องกับผู้ต้องหาขบวนการฟอกเงิน มีด้วยกัน 2 ยอด
- ยอดแรก เป็นจำนวนเงิน 42,381,030 บาท
- ยอดที่ 2 เป็นจำนวนเงิน 11,207,680 บาท
โดยเงินเข้าบัญชีในวันที่ 10 สิงหาคม 2564 ซึ่งเงินทั้ง 2 ก้อน มูลค่ากว่า 50 ล้าน คือเงินของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เนื่องจากตนได้มอบอำนาจให้ นาย อ. (นามสมมติ) ไปขึ้นเงินรางวัล เมื่อนาย อ. นำสลากประมาณหมื่นใบที่ถูกรางวัลต่าง ๆ ไปขึ้นเงินรางวัลแล้ว ก็ได้เช็คจากสำนักงานสลากมาเป็นชื่อ นาย อ. แล้ว นาย อ. ก็โอนเงินให้กับตน ซึ่งสามารถไปตรวจสอบถึงจำนวนเงินเข้าบัญชีและจำนวนเงินที่ออกจากสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลได้ เท่ากันเป๊ะ
![]() |
นอท ชี้แจงว่า ได้พบกับ นาย อ. ครั้งหนึ่ง เมื่อเดือนสิงหาคมปี 2565 (ช่วงโอนเงินเข้าบัญชี) ช่วงนั้นนอทบอกว่า ต้องการหาทุนมาทำธุรกิจ ซึ่งมีนายหน้าพาไปหาทีม นาย อ. เพื่อนำเสนอแผนธุรกิจ ก่อนส่งมาดูงาน เพราะอยากรู้ขั้นตอนการขึ้นเงิน การทำธุรกิจ นอทจึงให้เลขาพาไปขึ้นทะเบียนกับสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เป็นผู้รับซื้อเงินรางวัล
ส่วนสาเหตุที่ไว้ใจให้ นาย อ. ให้นำเช็คไปขึ้นเงิน เพราะต้องการเงินทุนจาก นาย อ. มาลงทุน จึงต้องพิสูจน์ธุรกิจให้นายทุนเห็นและให้เลขาประกบตลอด สุดท้ายหลังจากขึ้นเงินและได้เงินแล้ว นอท และ นาย อ. ได้มาคุยธุรกิจกันอีกครั้ง แต่ไม่สามารถไปด้วยกันได้ เนื่องจากเป้าหมายต่างกัน จึงแยกย้ายกันไป เพราะสิ่งที่นอทต้องการคือเงินกู้เพื่อมาลงทุนธุรกิจ แต่ นาย อ. ต้องการเป็นหุ้นส่วนร่วมทำธุรกิจด้วย โดยไม่ได้เงินของ นาย อ. มาแม้แต่บาทเดียว ทั้งนี้ เคยเจอ นาย อ. แค่ครั้งเดียว หลังจากนั้นก็ไม่ได้พบกันอีก จึงไม่ขอพูดในรายระเอียดของ นาย อ. ว่าเป็นใครและถูกดำเนินคดีอย่างไร
![]() |
เมื่อดีเอสไอเรียกไปเป็นพยานสอบปากคำ นอท ยอมรับว่าตกใจ และยืนยันว่า การหานายทุนกู้เงิน ตนไม่มีความสามารถไปตรวจสอบข้อมูลของใครได้ว่าค้ายาหรือมีการฟอกเงินมาหรือไม่
นอท บอกด้วยว่า ทางดีเอสไอขอตรวจสอบการโอนเงินในบัญชีของตนอีก 39 รายการ มูลค่า 1,030 กว่าล้านบาท ซึ่งตนจะนำไปให้สิ้นเดือนนี้ และวันที่ 16 มกราคมนี้ อธิบดีดีเอสไอจะไปดูคลังสินค้าที่เก็บลอตเตอรี่ 170 ล้านใบ และจะมาดูการทำงานทั้งหมดที่สำนักงานกองสลากพลัส ซึ่งตนก็ยินดี
ขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก : hilight.kapook ,ข่าวช่องวัน, เรื่องเด่นเย็นนี้






ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น